25 July 2010

จาก Memento ถึง Inception



ผมมีโอกาสได้ดูหนังทั้งสองเรื่องนี้ในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน ทั้งสองเรื่องกำกับโดยคนๆ เดียวกัน ในเวลาที่ห่างกันสิบปี และทุนสร้างต่างกันยี่สิบเท่า แต่เป็นหนังแนวคล้ายกันคือ จิตวิทยา การเล่นกับจิตใต้สำนึกของคน



ผมคงจะไม่เล่าเรื่องย่อของทั้งสองเรื่องนี้ เพราะผมมีประเด็นที่คาใจ ซึ่งมาจากความแตกต่างของหนังทั้งสองเรื่องข้างต้น สิ่งที่ว่านี้คือ “ความอลังการ”


อลังการ >> ทุนสร้างมหาศาล


สิ่งที่บริษัทผู้สร้างหนังต้องการ หลังจากที่จ่ายเงินมหาศาลก็คือกำไร แล้วกำไรมาจากไหน? ก็คนดูไงล่ะ


กำไร? >> จำนวนคนดู


ทำอย่างไรถึงจะล่อให้คนมาดูได้ ก็ต้องเกิดจากความอลังการ แล้วสิ่งที่ความอลังการเหล่านั้นบดบังไปคืออะไร? เนื้อหาอันเป็นสาระสำคัญของหนังที่ต้องถูกลดทอนไป เพื่อให้คนส่วนใหญ่เข้าถึงตัวหนังได้ หนังประเภทนี้ที่เราเรียกว่า “หนังตลาด” เพราะเนื้อหาส่วนใหญ่ไม่ต้องมีอะไรมาก เอาแค่ความ สนุก สะใจ เพียงแค่ทำให้รู้สึกดีพอที่จะไปบอกต่อ แต่ประเด็นอันเป็นสิ่งที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้นกลับถูกมองข้าม


Memento ดีกว่า Inception พอสมควรในมุมองของผม สิ่งที่ Memento แสดงออกมาผมมองว่ามันเข้มข้นกว่า Inception มาก บางประเด็นที่ Inception ใส่เอาไว้เพื่อให้ตัวหนังไม่ “ดิบ” เกินไปกลับกลายเป็นจุดด้อย บางประเด็นที่ใส่ไว้เอา “ฮา” กลับกลายเป็นปมที่ไม่สมเหตุสมผล


จากที่ทบทวนดูแล้วผมว่า Nolan เหมาะสมกับการทำหนังจิตวิทยาทุนต่ำด้วยประการทั้งปวง (ถึง The Dark Knight จะออกมาเจ๋งก็ตามที)

ปล. ผมให้ Memento 10/10 ส่วน Inception ให้ 9/10

06 June 2010

OpenOffice.org กับคำว่าบั๊ก

ที่บ้านผมรับนิตยสาร PC Today ครับ ฉบับล่าสุดพาดหัวซะใหญ่โตว่า OpenOffice.org มีบั๊ก!?


discredit-open


จริงอยู่ที่ผมไม่ได้เป็นคน IT สาย Open Source เท่าไหร่ ซอฟท์แวร์ลิขสิทธิ์ก็ยังไม่ได้ครบทั้งเครื่อง แต่ถ้าโปรแกรมผมเจอพาดหัวในหนังสือว่ามีบั๊กอย่างนี้ผมย่อมไม่พอใจอยู่แล้ว


ยิ่งอ่านผมยิ่งไม่พอใจ เพราะเนื้อหามันไม่ได้เป็นการติเพื่อก่อ บั๊กที่เค้าว่าก็ไม่ได้มีอยู่จริง มันไม่ใช่บั๊ก!!! แต่มันเป็น feature ที่ทีมพัฒนาต้องการให้มันออกมาเป็นอย่างนั้น

เช่น การแก้ไข cell ในเอกสารคนละ sheet (ไฟล์เดียวกัน) ที่ link กันอยู่ แล้วอ้างว่าทำให้ข้อความใน sheet อื่นถูกแก้ตามไปด้วยอันนั้น excel ก็เป็น ผมเคยเจอปัญหานี้มาแล้ว (เผลอด่าไปพักนึงเพราะไม่รู้ว่ามัน link กัน)


หากผมมองในมุมย้อนกลับ ถ้าผมใช้ OO.o มาก่อน แล้วมาใช้ Excel แล้วเจอปัญหาเพราะมันทำงานได้ไม่เหมือนกับที่ผมเคยชิน มันก็เป็นบั๊กงั้นสิ?


อ่านแล้วก็เศร้าใจกับวงการหนังสือไอทีบ้านเราเป็นยิ่งนัก
เขา(ผู้เขียนบทความ discredit นี้) แยกระหว่าง บั๊ก กับ ความสามารถ (ที่ทีมพัฒนาต้องการให้มันเป็น) ไม่ออกหรืออย่างไร? อะไรที่คิดว่า Excel ทำแล้วเป็นแบบนั้น ทำไม OO.o ถึงต้องเป็นตามด้วย เพราะมันเป็นซอฟท์แวร์ "เทียบเท่า" ไม่ใช่ "เลียนแบบ”


ผมคิดว่าเขาไม่ได้ส่งเสริมวงการซอฟท์แวร์โอเพ่นซอร์ส แต่เขากับลัง ”ทำลาย” วงการไอทีไทย

11 May 2010

ขับรถ มันอยู่ที่สันดาน

ขับรถมาได้ปีครึ่งแล้วครับ เรื่องที่ควรเจอบนถนนก็เจอมาน่าจะหลายกรณีแล้ว ทั้ง รถชน (ไปเสยก้นเบนซ์ซะด้วย) ยางแตก ตำรวจเรียก และอื่นๆ ยิบย่อยอีกมากมาย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น สิ่งที่อยากจะบ่นวันนี้คือเรื่องสันดานการขับรถ โดยเฉพาะพวกรถรับจ้างทั้งหลาย ที่ผมสุดจะทนแล้ว

พวกแรก ก็คือแท็กซี่ ใครที่ขับรถนี่เจอความน่ารำคาญปนน่าโมโหแทบทุกคนก็ว่าได้ เวลามีผู้โดยสารมันก็ไม่รู้จะขับเร็วไปไหน ปาดหน้าไปทั่ว ก็เข้าใจว่าจะได้ทำยอดเยอะๆ ถ้าชนหนนึงคุ้มมั้ยครับ? แต่พอไม่มีผู้โดยสารมันก็ไม่รู้จะขับรถช้าไปไหนอีกเหมือนกัน ถนนใหญ่ไม่เท่าไหร่ แต่อยู่ในซอยนี่ลำบากใจจริงๆ จะแซงก็ไม่ได้ พอนึกอยากจะจอดแช่ที่ป้ายรถประจำทาง ก็จอดเอาดื้อๆ


จริงๆพอนึกถึงแท็กซี่แล้วขอนอกเรื่องหน่อยแล้วกัน รถเปล่าที่วิ่งเยอะฉิบหาย เปลืองน้ำมัน/ก๊าซธรรมชาติมาก ค่าโดยสารก็แพงเกินกว่าคุณภาพของรถ และการบริการ เป็นสิ่งที่สมควรแก้ไขมาก-มากที่สุด แต่กลับไม่มีการดำเนินการอะไรเลยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (กระทรวงคมนาคม)

พวกที่สองคือรถตู้ประจำทาง พวกนี้พอขับบนถนนนี่ไม่เท่าไหร่ครับ เพราะคันใหญ่กว่าแท็กซี่จะเร่งที แซงทีก็ลำบาก แต่ปัญหาคือตอนจอดรับส่งครับ เพราะมันเล่นจอดแช่เลยเหมือนกัน คนก็ไม่ได้ขึ้น (มึงจะจอดทำไมวะ!) กระจกมองหลังไม่เคยดูว่ารถมันติดขนาดไหน รถเมล์ที่ควรจะต้องจอดตรงป้ายก็จอดไม่ได้ เพราะพวกนี้ดันคุมที่อยู่ อย่างกับยากุซ่า (ฮา) ต้องไปจอดเลยป้าย หรือเลนสอง ซึ่งมันก็ทำให้รถติดหนักเข้าไปใหญ่


พวกสุดท้ายนี่หนักสุดครับ จักรยานยนต์ แว้นจัดกันเหลือเกิน กฏจราจรบัญญัติไว้อย่างไร พวกนี้แหกหมด ทั้งขับย้อนศร ขับเลนในสุด ไม่สวมหมวกกันน็อก จอดเรี่ยราด ฯลฯ ปัญหาที่เจอหนักสุดสำหรับแถวบ้านผมคือขับย้อนศรครับ ปัญหามันใหญ่ขึ้นไปกว่าเดิม เพราะมันขับเหมือนกับ “กูขับถูกทิศแล้ว!” อืมม… ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร

คิดเรื่องนี้มาก็นานแล้ว ผมก็คิดวิธีการที่จะแก้ปัญหานี้ได้หลายวิธีครับ


1. ต้องควบคุมกฎหมายให้มีบทลงโทษที่รุนแรงกว่านี้ แน่นอนว่าต้องลงโทษตำรวจที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วย เพราะถึงอย่างไร เท่าที่ผมสังเกตคนส่วนใหญ่ในสังคมไทยก็ทำตามกฏเพราะว่าความกลัวในบทลงโทษ (จะมีซักกี่คนที่รู้ถึงความหมายของการมีบทลงโทษในบทกฏหมาย)


2. ต้องจัดระเบียบการดำเนินงานของรถแท็กซี่ โดยการลดปริมาณ และเพิ่มคุณภาพ ไม่ใช่ว่าขับรถเป็น คุณก็ทำอาชีพขับแท็กซี่ได้ ผมยอมจ่ายแพงกว่านี้ถ้าคนขับ และรถมีคุณภาพ


3. เรื่องนี้ผมคิดว่าสำคัญที่สุดครับ คือต้องพัฒนาระบบการศึกษา จริงๆ ทุกอย่างที่เป็นปัญหาของไทยก็มาจากเรื่องนี้ทั้งนั้น (หรือใครจะเถียง) ทุกคนรู้ดี หลายคนพยายามปรับปรุงด้วยตัวเอง ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ แล้วคนที่มีหน้าทีตรงนี้ล่ะครับ ทำอะไรอยู่?


ปล. คนที่ไม่เคยขับรถอาจจะไม่รู้ถึงความลำบากใจ อึดอัดใจตรงนี้เท่าไหร่ ยังไงก็ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ครับ

28 December 2009

วิธีแก้ Google Calendar Sync ให้ใช้ได้กับ Outlook 2010

screenshot_02

ปกติแล้วผมจะใช้มือถือในการจดบันทึกนัดหมายต่างๆ เรียกว่าตารางงานทั้งหมดฝากไว้กับมือถือ ดังนั้นผมจึงไม่อยากให้ตารางนัดหมายเหล่านี้หายไป ผมจึงใช้ Google Calendar Sync ซึ่งจะทำการ Sync ข้อมูลระหว่างปฏิทินใน Outlook (ที่ sync กับมือถือผมผ่าน PC Suite ของ Nokia อีกที) กับ Google Calendar

พอผมลองใช้ Microsoft Office 2010 Beta ปัญหามันเกิดขึ้นทันทีเลย เพราะ GCS มันบอกว่า Outlook ใหม่เกิน - -“ เอาล่ะสิ เมื่อมีปัญหาก็ต้องมีวิธีแก้ครับ วันนี้มีเวลาว่างเลยลองหาดู ก็เจอเลยครับ แต่ว่าออกจะยุ่งยากเล็กน้อย ตามนี้เลย

1. ต้องแบ็กอัพไฟล์ OUTLOOK.exe ก่อนครับ อยู่ใน c:\Program Files\Microsoft Office\Office14 (หรือใน Program Files (x86) สำหรับระบบปฏิบัติการ 64-bit

2. ปิดโปรแกรม Outlook ให้เรียบร้อย ตรวจดูให้เรียบร้อยใน Task Manager ด้วย

3. เปิดไฟล์ OUTLOOK.exe ด้วย Hex Editor (ผมใช้ HxD)

4. หาบรรทัด ที่มี 14.0.0 ให้แก้เป็น 12.0.0 (อาจจะหายากนิดนึง)

screenshot_01

5. เซฟไฟล์ ถ้าใช้ HxD จะเซฟให้ทุกครั้งที่เราแก้ไขไฟล์ เพราะฉะนั้นเวลาแก้ก็ต้องระวัง ไม่งั้นจะบึ้มเอาได้ง่ายๆ

6. ลองเปิด Outlook แล้วลองดูว่ายังใช้ได้ดีอยู่รึเปล่า?

7. เปิด Google Calendar Sync แล้วจะพบว่ามัน Sync ได้แล้ว! เยี่ยมเลย

ลองทำดูครับ

Credit Venukb

20 December 2009

Test form Windows Live Writer

เพิ่งโหลดมา ลองซักหน่อย

เริ่มด้วย แหล่งกำเนิดของดราม่า (หว้ากอ - พันทิพ)

ต่อด้วยรูป

_MG_2703

ตามมาด้วยแผนที่

Map picture

(Bing Map แม่งกากส์จริง ความะเอียด 1 ใน 100 ของ Google Maps ระบบค้นหาก็ห่วย MBK ยังไม่รู้จัก)

เอาล่ะ พอละ

13 September 2009

คุณพกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตัวกี่อย่าง?

โทรศัพท์เคลื่อนที่(หลังจากนี้จะเรียกย่อๆว่า มือถือ) เครื่องเล่นเพลงแบบพกพา (ที่สมัยนี้นิยมเรียกว่า iPod) เครื่องเล่นเกมพกพา นาฬิกาดิจิตอล และอื่นๆอีกมากมายที่คุณสามารถพกพาไปไหนมาไหนกับคุณได้ เพื่อมองความบันเทิงอย่างไร้ขีดจำกัดให้คุณ

พกทำไมเยอะแยะครับ ตอนนี้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ผมพกติดตัวมีแค่มือถือเท่านั้น ใช้ทำทุกอย่าง ผมเคยเห็นคนที่พกเครื่องนั่นโน่นนี่ ติดตัวหลายอย่าง ทั้ง มือถือ iPod เสียบหูฟังเพลง ในมือยังเล่น PSP แถมซักพักยังคว้าเน็ทบุกออกมาใช้อีกต่างหาก ไม่เคยคิดกันเหรอครับว่า พกไปก็ลำบาก เกะกะ หรือน่ารำคาญ แถมยังส่งปล่อยทั้งคลื่นวิทยุ และ ความร้อนออกมาตั้งมากมาย สิ้นเปลืองทรัพยากรในการผลิต พอใช้จนพังก็ทิ้งไม่เป็นที่

ลองย้อนมองตัวเองก่อนนะครับ ว่าสร้างภาระให้กับโลกแค่ไหน ด้วยการใช้อุปกรณ์สิ้นเปลืองเหล่านี้ ผมเองก็อาจจะเป็นคนหนึ่งที่ใช้อุปกรณ์สิ้นเปลือง แต่อุปกรณ์ทุกชิ้นผมก็ใช้มันจนคุ้มค่า และที่สำคัญก็คือผมนำมันไปทิ้งถูกที่ (รีไซเคิล) เลิกเถอะครับ ถ้าคิดแค่ว่าจะซื้อเพราะมันดูดี มันเท่ห์ อินเทรนด์ แต่สิ่งที่ตัวเองมีก็ยังใช้ได้ดี

แล้วคุณล่ะ? พกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตัวกันกี่อย่างครับ?

ปล. จริงๆอยากจะเขียนเรื่องนี้เพื่อเตือนตัวเองมากกว่า เพราะเริ่มรู้สึกว่าจะไหลไปตามกระแส

22 August 2009

คีย์บอร์ด มันดีกว่า จอสัมผัส + ปุ่มตัวเลข มันดีกว่า คีย์บอร์ด = Nokia 5730 XpressMusic


ผมซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่มาครับ Nokia 5730 XpressMusic เหตุผลที่ผมรีบตัดสินใจเสียเงิน เพื่อซื้อโทรศัพท์ในครั้งนี้ ก็เพราะว่า Asus P525 ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับผมมาเกือบสองปีมันชักอาการไม่ค่อยดี ชอบดับเองบ่อยๆ แถมเครื่องก็ชอบค้าง ซึ่งเป็นอาการปกติของตระกูล Windows Mobile) ซ้ำร้ายปุ่มควบคุมทิศทางแบบจอยสติ๊กดันโยกได้แบบเพี้ยนๆ เช่น โยกลง ดันกลายเป็น ลง+ซ้าย นอกจากนี้ Wi-Fi ที่เคยใช้ได้ดีก็กลับต่อไม่ค่อยติด พอเข้าเว็บเบราว์เซอร์ ก็ค้างอีก ผมจึงทนไม่ไหว ไม่อยากเสียการติดต่อ + เสียอารมณ์ กับการใช้งานเครื่องนี้อีกต่อไป เลยเป็นโอกาสเหมาะที่จะหามือถือเครื่องใหม่ ที่มันจะไม่กวนใจผมเวลาใช้
ผมก็ตั้งสเปกของเครื่องนี้ไว้สูงพอสมควร (สูงกว่าสเปกผู้หญิงของผมซะอีก) แต่ความสามารถอย่างหนึ่งที่ผมอยากได้มาก ตั้งแต่เริ่มนั่งจิ้มๆจอเจ้า P525 ก็คือ QWERTY keyboard ครับ ทำไมนะหรือ? ก็เพราผมรู้สึกไม่ถนัดอย่างยิ่ง ในการนั่งจิ้มจอ ด้วยความที่คีย์บอร์ดเสมือนใน P525 มันเล็กสิ้นดี จิ้มพลาดนิดเดียวก็ไม่ตรงกับตัวอักษรที่ต้องการแล้ว ผมเลยเหนื่อยหน่ายทุกครั้งที่ต้องจิ้มจอ

ถึงหลายคนที่ใช้ iPhone หรือเครื่องจอสัมผัส อาจจะเถียงว่า คีย์บอร์ดเสมือนบนจอมันจะไม่เล็กแล้ว แต่ถึงกระนั้น ผมก็มีอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนใช้มือถือจอสัมผัสต้องเถียงไม่ออกอย่างแน่นอน “ตอนขับรถ คุณใช้จะสัมผัสจอยังไง” นั่นคือสิ่งที่ผมไม่ชอบที่สุดในการใช้มือถือจอสัมผัสครับ เพราะมันต้องมองจอตลอดเวลา!! นั่นทำให้อันตรายเข้าใกล้คุณมากขึ้น แค่เดินยังจะชนเลย ยิ่งตอนขับรถไม่ต้องพูดถึง

แต่อย่างไรก็ตาม QWERTY keyboard มันก็ใช้ไม่สะดวกเวลาขับรถพอกัน ดังนั้นมือถือที่ผมจะใช้มันก็ต้องมีปุ่มตัวเลขแบบมือถือธรรมดา ซึ่งทำให้ตัดรุ่นมือถือที่ไม่มี 2 อย่างนี้ไปได้ แทบจะหมดโลก เหลืออยู่แค่ HTc S740 กับ Nokia E75 และ 5730 XM เท่านั้น ผมก็ตัด HTc ไปแบบไม่ลังเล เพราะมันใช้ระบบ Windows Mobile! ที่จะต้องค้างเป็นพักๆอีกอย่างแน่นอน และเหตุที่ไม่เลือก E75 เพราะดีไซน์มันไม่สวยในสายตาผมเลยครับ ถึงการประกอบจะดีกว่าตามสไตล์ Series E ก็ตามที

5730 เครื่องนี้มีทุกอย่างที่ผมต้องการ ทั้ง QWERTY keyboard, Wi-Fi, Organizer, Bluetooth, กล้อง (ที่ผมไม่เกี่ยงว่าความละเอียดจะเท่าไหร่ แค่ถ่ายรูปได้เป็นพอ) และอันดับสุดท้ายก็คือ ระบบ 3G ที่ผมทำใจไว้แล้วว่า ถึงจะใช้เครื่องนี้จนพังไปอีกเครื่องในเมืองไทยก็คงจะยังไม่มี นอกจากความสามารถข้างต้นแล้ว ก็ยังมี feature ที่เหนือความคาดหมายของผมอยู่ในมือถือเครื่องนี้ด้วย เช่น ปุ่มเล่นเกม N-Gage, GPS ที่ผมคงไม่ต้องใช้ และสิ่งที่เจ๋งที่สุดของเครื่องนี้ก็คือ ‘Say and Play’ ครับ

‘Say and Play’ คือระบบที่จะฟังเสียงพูดของคุณออกมาเป็นตัวอักษรแล้วก็นำไปค้นหาเพลง จากนั้นก็เล่นมันออกมา ซึ่งมันเจ๋งมากๆตรงที่รองรับภาษาไทยนี่แหละ แต่เท่าที่ผมลองก็ยังไม่ค่อยแม่นเท่าไหร่นะ หรือผมออกเสียงไม่ชัดก็ไม่ทราบได้ แต่ค่อนข้างแน่ใจว่ามันจะแปลงคำที่พูดออกมาเป็นทับศัพท์ภาษาอังกฤษ หรือที่ชอบเรียกว่า ภาษาคาราโอเกะ แล้วนำไปค้นหา ในฐานข้อมูลเพลงอีกทีหนึ่ง

แต่ก็ใช่ว่ามันจะดีไปหมดทุกอย่าง อย่างแรกที่ผมรู้สึกไม่ค่อยดี ก็คือการประกอบ โดยเฉพาะตรงปุ่มเล่นเพลงด้านข้างจอ ที่ดูเหมือนจะเริ่มยุบทั้งที่เพิ่งใช้มาอาทิตย์เดียว และฝาหลังที่ดูบอบบางเสียเหลือเกิน จนไม่กล้าแกะพลาสติกที่ติดไว้ออก เพราะมันทำมาจากพลาสติก ซึ่งผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่า มันจะทนกับการใช้งานของผมได้ซักกี่น้ำ แต่ก็ประกอบส่วนอื่นๆก็ยังไม่ออกอาการเท่าไหร่นัก สิ่งที่อยากติต่อมาก็เชื่อมโยงกับข้อเสียแรก นั่นคือเครื่องด้านหน้าเป็นรอยนิ้วมือได้ง่ายมาก เพราะพลาสติกเป็นแบบมันเงา อย่างสุดท้ายที่ไม่ชอบคือจอมัน “ไม่สัมผัส” ครับ อ๊ะ เดี๋ยวก่อน...อย่าเพิ่งด่า จริงๆแล้วที่รู้สึกขัดนิดๆเวลาสัมผัสจอไม่ได้ น่าจะมาจากการใช้มือถือจอสัมผัสมานานมากกว่า แต่ตอนนี้ก็เริ่มชินแล้วล่ะครับ

ถ้าใครชอบพิมพ์ แต่ไม่ชอบมือถือจอสัมผัสแหละก็ ผมแนะนำรุ่นนี้แบบโคตรๆเลยครับ หรือจะลองมาเล่นเครื่องผมก่อนก็ไม่ว่ากัน
ปล. ระบบสะกดคำ T9 ใช้กับ QWERTY ได้ห่วยอย่างแรง เพราะปุ่มมันไม่ตรงกับปุ่มตัวเลข
ปล2. ใช้ QWERTY พิมพ์ไทยช้ามากเพราะตำแหน่งมันไม่เหมือนคีย์บอร์ดในคอมพิวเตอร์
ปล3. เห็นคีย์บอร์ดเรียบๆอย่างนี้ แต่กดง่ายมาก