มันเริ่มจากว่า วันนี้เป็นหัวหน้าช่วยพี่ designer เลือกรูปจากเว็บไซต์ gettyimages ซึ่งเป็นเว็บคลังรูปภาพสำหรับการนำไปใช้เชิงธุรกิจโดยเฉพาะ (หลายๆ คนน่าจะเคยเห็นรูปพร้อมเครดิตในเว็บไซต์ข่าว) สิ่งที่ผมสะดุดตามากก็คือราคาของรูปภาพ $49 สำหรับรูปขนาดเล็ก ที่เห็นรู้สึกจะประมาณ 400 pixel ไม่น่าเชื่อว่ารูปภาพนักกีฬายิมนาสติกจะแพงถึงขนาดนี้ เลยถามหัวหน้าว่าทำไมมันถึงแพงนัก? ก็ได้รับคำตอบว่าเว็บนี้เค้าจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้นายแบบในภาพ เราจึงต้องจ่ายเพื่อนำภาพนั้นมาใช้
รูปภาพประกอบจาก Flickr โดย chi3ell55จุดที่ผมแปลกใจจากคำตอบก็คือ เราไม่ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้ช่างกล้องซึ่งเป็นเจ้าของภาพนั้นหรอกหรือ? อย่างนี้หมายความว่า ถ้าผมจะไปถ่ายรูปดาราคนไหน ผมก็ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้เค้าในการที่ผมจะนำรูปไปใช้ด้วยน่ะสิ? แล้วคนที่จะใช้รูปที่ผมถ่าย แทนที่จะต้องจ่ายเงินผม (ที่เป็นเจ้าของภาพ) ก็ต้องจ่ายให้ดาราคนนั้นแทน?
หัวหน้าก็ยกตัวอย่างขึ้นมาเสริมว่า เมื่อก่อนเค้าเคยทำงานบริษัทด้าน Graphic Art แล้วที่บริษัทจะกำชับมากว่าห้ามไม่ใช้ใช้ logo หรือ ส่วนใดส่วนหนึ่งของ logo สินค้าต่างๆ เพราะอาจจะโดนฟ้องได้ สิ่งที่หัวหน้ายกตัวอย่างยิ่งทำให้ผมแปลกใจหนักขึ้นไปอีก คนที่ฟ้องเราคือเจ้าของ logo นั้นๆ นี่ ไม่ใช่คนที่ออกแบบ เพราะบริษัทก็ได้ซื้อ (จ้างให้ออกแบบ) logo นั้นมาอีกต่อแล้ว
แล้วทำไมเราถึงใช้รูปภาพจาก Flickr แทนไม่ได้ ลิขสิทธิ์เกือบทั้งหมดนั้นเป็น creative commons แม้ส่วนใหญ่จะไม่อนุญาติให้เรานำเอาไปค้ากำไร แต่ก็มีบางส่วนที่เรานำไปใช้ในงานของเราได้ คุณภาพของรูปก็พอๆ กัน (แอบรู้สึกว่าของ Flickr สวยกว่าซะอีก) แถมไม่ต้องโดนค่าลิขสิทธิ์มหาโหดด้วย
สรุป ถ้าเราจะซื้อรูปภาพซักรูปนึงเพื่อนำมาใช้ในงานของเรา (รวมถึงอย่างอื่นด้วย) เงินที่เราจ่ายให้ไปนั้นจะไปอยู่ที่คนที่ถือครองลิขสิทธิ์ ไม่ได้หมายถึงตัวต้น (source?) ของลิขสิทธิ์นั้น
ปมที่ผมคิดอยู่ก็คือ ถ้าอยู่ดีๆ มีคนมาถ่ายภาพเรา เรา (ในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์ในหน้าตา) ก็สามารถเก็บเงินค่าลิขสิทธิ์จากคนๆ นั้นได้ แน่นอนว่าสามารถบังคับให้เค้าลบรูปของเราออกได้เช่นกัน ถ้าหากเค้าไม่ยอมจ่าย
ไม่ยักกะเคยเห็นใครทำ...สิทธิ์ของเราแท้ๆ
ปล. วันนี้ได้รู้จักเว็บ craigslist.com เว็บไซต์ประกาศขายทุกอย่าง ขายตัวก็มี...ขายตัวให้กับรักแท้...

3 comments:
ขายตัวจริง ๆ Craigslist ก็เคยมีครับ
จริง ๆ เข้าใจว่าโดยทั่วไป performers' rights ไม่น่าครอบคลุมภาพนิ่ง? ที่พูดถึงว่านายแบบเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ก็อาจจะเป็น ownership transfer เหมือนกัน
แต่ค่อนข้างแน่ใจว่าถ้าอยู่ดี ๆ คนมาถ่ายรูปเรา เราก็คงมีแค่ personality rights ในภาพนั้น ๆ ไม่แน่ใจว่าในไทยมีกฎหมายอะไรครอบคลุมประเด็นนี้บ้าง
คงต้องไปเปิดกฎหมายลิขสิทธิ์ดูอีกที (โดยเฉพาะกฎหมายของประเทศอื่น) แต่ก็ค่อนข้างมั่นใจว่า ในเคสทั่วไป ลิขสิทธิ์ของภาพถ่ายน่าจะเป็นของ "ช่างภาพ" ไม่ใช่ตัวแบบ แต่มันมีเรื่อง personality rights มาเกี่ยวด้วย ที่เข้าใจคร่าวๆ คือ คนอื่นไม่มีสิทธิเอาภาพเราไปใช้ในเชิงพานิชย์ได้ (ข่าวน่าจะเป็นข้อยกเว้น) อย่างเว็บไซต์ stock photo ที่ให้คนทั่วไปอัปโหลดภาพได้ เวลาเป็นภาพที่มีคนอยู่ ก็จะต้องแนบเอกสารยินยอมจากตัวแบบไปด้วย ก็เป็นไปได้ว่า มันก็มีการจ่ายเงินตรงนี้ด้วยเหมือนกัน
ส่วนเรื่องโลโก้ ปรกติเวลามีการว่าจ้างกัน ก็จะตามแต่ตกลงกันว่าจะให้ลิขสิทธิ์เป็นของใคร ซึ่งในกรณีของพวกโลโก้ต่างๆ ก็น่าจะให้สิทธิเป็นของผู้ว่าจ้าง นอกจากนี้ก็จะมีเรื่อง trademark อีก ซึ่งก็เป็นสิทธิของตัวบริษัทอีกเหมือนกัน
I am sure that, like me, you will find a way to translate this.
I find it ironic that you comment about why should you be paying Getty when Under "creative commons" you can get pictures off Flickr for free?
The picture that you are using for this blog is not free for you to use, as if you check the link to the original (http://www.flickr.com/photos/chi3ell55/5710916009/in/set-72157625651274085)it clearly states "All right reserved"
On top of that, you are using it out of context, because the whole point of this shot was to say a big fuck you to people who take pictures for their own use without permission.
Oh and just for the record I am also a contributor to GettyImages, so you really did pick the wrong picture to post.
Post a Comment