01 July 2011
On the Verge of Destruction!
Sadistic Desire
เล่นแค่เบสนะ แต่ทำไมมันมันส์ได้ขนาดนี้!
紅 (Kurenai)
สุดยอด!!! มือเบสจริงๆ อย่าง ไทจิ หรือ ฮีท ยังเล่นได้ไม่เท่านี้เลย
12 May 2011
(ลิข)สิทธิ์อยู่ที่ใคร?
มันเริ่มจากว่า วันนี้เป็นหัวหน้าช่วยพี่ designer เลือกรูปจากเว็บไซต์ gettyimages ซึ่งเป็นเว็บคลังรูปภาพสำหรับการนำไปใช้เชิงธุรกิจโดยเฉพาะ (หลายๆ คนน่าจะเคยเห็นรูปพร้อมเครดิตในเว็บไซต์ข่าว) สิ่งที่ผมสะดุดตามากก็คือราคาของรูปภาพ $49 สำหรับรูปขนาดเล็ก ที่เห็นรู้สึกจะประมาณ 400 pixel ไม่น่าเชื่อว่ารูปภาพนักกีฬายิมนาสติกจะแพงถึงขนาดนี้ เลยถามหัวหน้าว่าทำไมมันถึงแพงนัก? ก็ได้รับคำตอบว่าเว็บนี้เค้าจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้นายแบบในภาพ เราจึงต้องจ่ายเพื่อนำภาพนั้นมาใช้
รูปภาพประกอบจาก Flickr โดย chi3ell55จุดที่ผมแปลกใจจากคำตอบก็คือ เราไม่ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้ช่างกล้องซึ่งเป็นเจ้าของภาพนั้นหรอกหรือ? อย่างนี้หมายความว่า ถ้าผมจะไปถ่ายรูปดาราคนไหน ผมก็ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้เค้าในการที่ผมจะนำรูปไปใช้ด้วยน่ะสิ? แล้วคนที่จะใช้รูปที่ผมถ่าย แทนที่จะต้องจ่ายเงินผม (ที่เป็นเจ้าของภาพ) ก็ต้องจ่ายให้ดาราคนนั้นแทน?
หัวหน้าก็ยกตัวอย่างขึ้นมาเสริมว่า เมื่อก่อนเค้าเคยทำงานบริษัทด้าน Graphic Art แล้วที่บริษัทจะกำชับมากว่าห้ามไม่ใช้ใช้ logo หรือ ส่วนใดส่วนหนึ่งของ logo สินค้าต่างๆ เพราะอาจจะโดนฟ้องได้ สิ่งที่หัวหน้ายกตัวอย่างยิ่งทำให้ผมแปลกใจหนักขึ้นไปอีก คนที่ฟ้องเราคือเจ้าของ logo นั้นๆ นี่ ไม่ใช่คนที่ออกแบบ เพราะบริษัทก็ได้ซื้อ (จ้างให้ออกแบบ) logo นั้นมาอีกต่อแล้ว
แล้วทำไมเราถึงใช้รูปภาพจาก Flickr แทนไม่ได้ ลิขสิทธิ์เกือบทั้งหมดนั้นเป็น creative commons แม้ส่วนใหญ่จะไม่อนุญาติให้เรานำเอาไปค้ากำไร แต่ก็มีบางส่วนที่เรานำไปใช้ในงานของเราได้ คุณภาพของรูปก็พอๆ กัน (แอบรู้สึกว่าของ Flickr สวยกว่าซะอีก) แถมไม่ต้องโดนค่าลิขสิทธิ์มหาโหดด้วย
สรุป ถ้าเราจะซื้อรูปภาพซักรูปนึงเพื่อนำมาใช้ในงานของเรา (รวมถึงอย่างอื่นด้วย) เงินที่เราจ่ายให้ไปนั้นจะไปอยู่ที่คนที่ถือครองลิขสิทธิ์ ไม่ได้หมายถึงตัวต้น (source?) ของลิขสิทธิ์นั้น
ปมที่ผมคิดอยู่ก็คือ ถ้าอยู่ดีๆ มีคนมาถ่ายภาพเรา เรา (ในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์ในหน้าตา) ก็สามารถเก็บเงินค่าลิขสิทธิ์จากคนๆ นั้นได้ แน่นอนว่าสามารถบังคับให้เค้าลบรูปของเราออกได้เช่นกัน ถ้าหากเค้าไม่ยอมจ่าย
ไม่ยักกะเคยเห็นใครทำ...สิทธิ์ของเราแท้ๆ
ปล. วันนี้ได้รู้จักเว็บ craigslist.com เว็บไซต์ประกาศขายทุกอย่าง ขายตัวก็มี...ขายตัวให้กับรักแท้...
03 April 2011
5 Days with my Mozart


ข้อดี
- เร็วส์ เร็วมาก น่าจะพอๆ กับ iPhone 4 รวมถึงการตอบสนองต่อนิ้วที่ดีมากๆ เช่นกัน
- ฝัง Facebook เข้ามาในระบบเลย รู้สึกติด Facebook ขึ้นมา 300%
- ขนาดเครื่องพอดีมือ จับได้กระชับ นิ้วโป้งพอจะเอื้อมถึงขอบจอด้านบนได้
- จอ SLCD
- เสียง ถือว่าใช้ได้ แต่ลำโพงอยู่ข้างหลัง เวลาดูวิดีโอแล้วจะไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ ต้องเสียบหูฟังแทน
- Live Tiles ใช้งานง่ายมาก ง่ายขนาดที่ว่าไม่ต้องสอนแม่ให้เล่นเลย (ตอนเอา iPod ให้ลองยังต้องบอกนิดๆ หน่อยๆ)
- Panorama View มันคือจุดสูงสุดของ App UI! สุดยอดมาก
- Toast Notification น่ารำคาญน้อยกว่าของ iOS และให้รายละเอียดมากกว่าของ Android
- Office Mobile ใช้งานได้ดีเหมือนสมัย WM6.5
- คีย์บอร์ด (ยกเว้นภาษาไทย) ตอบสนองได้ไวดี ไม่มีหน่วง และระบบเดาคำดีมาก ไม่น่ารำคาญเหมือน iOS
ข้อด้อย
- คีย์บอร์ดภาษาไทย เป็นตัวที่ hTC ลงมาให้ การจัดเรียงตัวอักษรพยายามจะให้คล้ายแบบมาตรฐาน (Kedmanee) แต่ยังแย่กว่ามาก เพราะมีคีย์ 3 ระดับ (normal, shift, upper shift) พิมพ์ค่อนข้างลำบาก
- (อัพเดท) สนับสนุนการอ่านภาษาไทยก็จริง แต่ยังตัดคำไทยไม่ได้
- ซื้อ App + Game ไม่ได้ เพราะยังไม่สนับสนุนบัตรเครดิตในประเทศไทย
(อัพเดท: ซื้อ app ได้แล้ว โดยใช้ที่อยู่ปลอม ตอนนี้ผมอยู่ New York ฮ่าฮ่า)
- (อัพเดท) เกมค่อนข้างแพงกว่า Mobile platform อื่น ยิ่งมีแปะหัวว่า Xbox Live นะ ราคาคูณ 2
- Universal Search ตอนนี้ยังเป็นแค่ Bing ในหน้าหลัก + IE ถ้าอยู่ใน People Hub ก็จะค้นหาในนั้น ถ้าเข้า store ก็จะค้นหาใน store เรียกได้ว่าแยกกันของ App ใคร App มัน สับสนเล็กน้อยในตอนแรก
- App หลายตัวยังไม่มีตัวเลือกให้ลบ Cache เปลืองที่พอสมควร
- หน้าเมนู App ยังจัดลำดับเองไม่ได้ บังคับเรียงตามตัวอักษรเท่านั้น
- Multitasking/ Fast App-switching จริงๆ แล้วก็ไม่ได้รู้สึกสำคัญอะไร แต่มีก็สะดวกกว่าไม่มีแหละ
- (อัพเดท) Bing ค้าหาเป็นภาษาไทย กากมาก ถึง มากที่สุด
27 March 2011
Windows 8 for tablet?
09 January 2011
03 November 2010
คิด
เวลาผมออกจากบ้านไปปากซอย บางครั้งก็จะนั่งรถสองแถวไปครับ ค่าโดยสารราคา 6 บาท อ่าว แล้วมันเกี่ยวกับหัวข้อของเรื่องนี่ยังไงเนี่ย?
6 บาท เป็นราคาที่จ่ายยากจริงๆ ครับ เพราะโอกาสที่จะได้รับเงินทอนนั้นมีสูงมาก! ซึ่งมันมักจะเป็นเหรียญบาทซะด้วยสิ โดยส่วนตัวแล้วก็ไม่ชอบพกเหรียญ ยิ่งจ่ายยากทำให้ผมต้องคิดมากครับ
ก่อนออกจากบ้านก็จะต้องดูเหรียญในกระเป๋าก่อนเสมอครับ ว่าพอดีรึเปล่า ถ้าไม่พอก็ต้องไปควักจากในกระปุกมา
แล้วโดยปกติคนที่ไม่ชอบพกเหรียญอย่างผม ก็มักจะชอบจ่ายที่ให้ได้เงินทอนมาเป็นธนบัตร หรืออย่างน้อยที่สุด ก็ให้เป็นเหรียญ 10 หรือ 5 บาท ดังนั้นผมเลยชอบจ่ายเป็นเศษครับ เช่น ให้ไป 20 + 1 บาท เพื่อให้ได้เงินทอน 10 + 5 บาท อย่างนี้ เวลาเอาเหรียญไปใช้ต่อจะได้ง่ายขึ้น
นั่นคือ ถ้าเป็นกลางวัน เค้าก็สามารถที่จะแยกแยะเหรียญ หรือธนบัตรได้เร็วกว่า เพราะแสงสว่างมากกว่า และแน่นอน ทำให้กระบอนการจ่ายเงินทั้งหมดเร็วขึ้นด้วย โดยเฮพาะตอนเช้า ความเร็วเป็นสิ่งสำคัญมาก สำหรับคนทำงานอย่างผม การที่จะต้องรอเค้าทอนเหรียญบาทหลายๆ เหรียญนั้นไม่ใช่สิ่งที่ดีแน่ ผมจึงมักจะจ่าย ให้เค้าทอนมาเป็นจำนวนเต็ม 5 หรือ 10
แต่ในตอนกลางคืน คนมักจะรีบเร่งน้อยกว่า และมีโอกาสจ่ายค่ารถด้วยเหรียญมากกว่า เพราะเก็บเหรียญจากการจ่ายมาทั้งวัน ผมก็มักจะใช้โอกาสนั้น แตกธนบัตรเป็นเหรียญย่อยๆ เพื่อจะได้ใช้งานในวันรุ่งขึ้น
18 October 2010
โปรแกรมแปลก แหวกแนว น่าลอง!
มีโปรแกรมบน PC เจ๋งๆ มาแนะนำสามตัวครับ
ตัวแรก สำหรับ web developer เลยครับ ชื่อ IETester เอาไว้ทดสอบการแสดงผลของ Internet Explorer ได้ตั้งแต่รุ่น 5.5, 6 เรื่อยมาจนถึงรุ่น 9 ที่ตอนนี้ยังเป็นตัวทดสอบอยู่ โหลดฟรี แต่ไม่ open source
ตัวถัดมา Switcher for Windows Vista สำหรับพวกอยากไฮโซเหมือนคนใช้ Mac ครับ เพราะมันคือ โปรแกรมสลับหน้าต่างแนวเดียวกับ Exposé เรียกได้ว่าไม่น้อยหน้าเหล่าสาวกทั้งหลายแน่นอน! แถมตั้งค่าได้ละเอียดยิ่งกว่า Exposé ตัวจริงซะอีก

ถึงจะยังมีบั๊กๆ อยู่บ้างเวลาใช้กับ Windows 7 เพราะเลิกพัฒนาต่อแล้ว (เซ็งเลย) แต่ก็ใช้ได้ดี สะดวกมาก อ้อ.. ต้องเปิด Aero Effect ด้วยนะ
ตัวสุดท้าย ตัวนี้แปลกจริงครับ ชื่อ Pivot เป็นโปรแกรมของ Live Labs ของ Microsoft เอาไว้สำหรับจัดการของข้อมูลปริมาณมากๆ เช่นรูปภาพ เวลาเราค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต หรือดู wikipedia โปรแกรมนี้ก็จะทำการจัดหมวดหมู่ให้ สร้างกราฟ เพื่อจำแนกกลุ่มของข้อมูลในหน้าเว็บให้ครับ ใครงงลองดูวิดีโอครับ
ใครมีโปรแกรมเจ๋งๆ ที่ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นก็มาแปะไว้ได้ครับ
“แชร์กัน เพื่อชีวิตที่สะดวกกว่า” ![]()