07 July 2011
ปิดหู ปิดตา แต่ก็ยังคิด
ผมนึกถึง จีน vs. อเมริกา ที่เรียกว่าเป็นสองขั้วอำนาจแบบกลายๆ โดยจีนแทนที่สหภาพโซเวียตที่ล่มสลายไป รัฐบาลจีนนั้นทำการปิดกั้นสื่อ และการแสดงออกของประชาชนอย่างจริงจัง ส่วนอเมริกานั้นตรงกันข้าม (แท้จริงแล้วก็มีบ้าง แต่เทียบกับจีนก็ถือว่าน้อยมาก) คำถามคือ แล้วทำไมประชาชนของทั้งสองชนชาติถึงยังสามารถคงความเป็นประเทศไว้อยู่ได้ ทั้งที่ทางฝั่งจีน ก็ควรจะมีการปฏิวัติเกิดขึ้น แน่นอนว่าเคยเกิดมาแล้วที่จตุรัสเทียนอันเหมิน ส่วนสหรัฐอเมริกาก็ควรจะแตกเป็นประเทศเล็กประเทศน้อยไปแล้ว ด้วยความที่ประชาชนควรจะมีความเห็นแตกต่างกันแทบจะนับไม่ถ้วน
คำถามนั้นน่าสนใจหาคำตอบมาก เพราะคงจะเกี่ยวพันทั้งทางด้านการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ ระบบสังคม ศาสนา วัฒนธรรม แต่แน่นอนว่ามันลึกซึ้งเกินไป (ฮา) หันกลับมามองที่ประเทศไทยแทนดีกว่า ใกล้ตัว
การปิดกั้นสื่อถือเป็นปัญหาอย่างหนึ่งของประเทศไทยพอสมควร จากที่เคยอ่านคือ อยู่ในระดับเดียวกับจีนซึ่งเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ โดยผู้ที่ทำหน้าที่ปิดกั้นแหล่านั้นก็มักอ้างเรื่องของ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน vs. ความแตกแยก สิ่งที่เป็นคำถามตามมาคือทำไมถึงคิดว่าปิดกั้นแล้วจะไม่ทำให้ประชาชนคิดไปเอง แทนที่เราจะเลิกคิด (อย่างที่ผู้กระทำหวัง) นั้นกลับกลายเป็นตรงกันข้าม ยิ่งคุณปิดหู ปิดตาพวกเขา ก็ยิ่งจะทำให้เขาคิด โดยที่ไม่ได้ฟังความให้รอบซะก่อนหรอกหรือ?
สถานการณ์แบบนี้ผมคิดว่ามันจะยิ่งทำให้เกิดการพัฒนากระบวนการคิดแบบที่ไม่ฟังความเห็นต่าง จนไปถึงขั้นเกิดความขัดแย้งในระดับใหญ่ แบบที่เกิดขึ้นกับกีฬาสีในประเทศขณะนี้
อย่างนี้ควรจะเรียกว่าประเทศนี้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยได้หรือไม่? ในเมื่อสิทธิขั้นพื้นฐานในการเสพสื่อยังไม่มี!
01 July 2011
On the Verge of Destruction!
Sadistic Desire
เล่นแค่เบสนะ แต่ทำไมมันมันส์ได้ขนาดนี้!
紅 (Kurenai)
สุดยอด!!! มือเบสจริงๆ อย่าง ไทจิ หรือ ฮีท ยังเล่นได้ไม่เท่านี้เลย
12 May 2011
(ลิข)สิทธิ์อยู่ที่ใคร?
มันเริ่มจากว่า วันนี้เป็นหัวหน้าช่วยพี่ designer เลือกรูปจากเว็บไซต์ gettyimages ซึ่งเป็นเว็บคลังรูปภาพสำหรับการนำไปใช้เชิงธุรกิจโดยเฉพาะ (หลายๆ คนน่าจะเคยเห็นรูปพร้อมเครดิตในเว็บไซต์ข่าว) สิ่งที่ผมสะดุดตามากก็คือราคาของรูปภาพ $49 สำหรับรูปขนาดเล็ก ที่เห็นรู้สึกจะประมาณ 400 pixel ไม่น่าเชื่อว่ารูปภาพนักกีฬายิมนาสติกจะแพงถึงขนาดนี้ เลยถามหัวหน้าว่าทำไมมันถึงแพงนัก? ก็ได้รับคำตอบว่าเว็บนี้เค้าจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้นายแบบในภาพ เราจึงต้องจ่ายเพื่อนำภาพนั้นมาใช้
รูปภาพประกอบจาก Flickr โดย chi3ell55จุดที่ผมแปลกใจจากคำตอบก็คือ เราไม่ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้ช่างกล้องซึ่งเป็นเจ้าของภาพนั้นหรอกหรือ? อย่างนี้หมายความว่า ถ้าผมจะไปถ่ายรูปดาราคนไหน ผมก็ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้เค้าในการที่ผมจะนำรูปไปใช้ด้วยน่ะสิ? แล้วคนที่จะใช้รูปที่ผมถ่าย แทนที่จะต้องจ่ายเงินผม (ที่เป็นเจ้าของภาพ) ก็ต้องจ่ายให้ดาราคนนั้นแทน?
หัวหน้าก็ยกตัวอย่างขึ้นมาเสริมว่า เมื่อก่อนเค้าเคยทำงานบริษัทด้าน Graphic Art แล้วที่บริษัทจะกำชับมากว่าห้ามไม่ใช้ใช้ logo หรือ ส่วนใดส่วนหนึ่งของ logo สินค้าต่างๆ เพราะอาจจะโดนฟ้องได้ สิ่งที่หัวหน้ายกตัวอย่างยิ่งทำให้ผมแปลกใจหนักขึ้นไปอีก คนที่ฟ้องเราคือเจ้าของ logo นั้นๆ นี่ ไม่ใช่คนที่ออกแบบ เพราะบริษัทก็ได้ซื้อ (จ้างให้ออกแบบ) logo นั้นมาอีกต่อแล้ว
แล้วทำไมเราถึงใช้รูปภาพจาก Flickr แทนไม่ได้ ลิขสิทธิ์เกือบทั้งหมดนั้นเป็น creative commons แม้ส่วนใหญ่จะไม่อนุญาติให้เรานำเอาไปค้ากำไร แต่ก็มีบางส่วนที่เรานำไปใช้ในงานของเราได้ คุณภาพของรูปก็พอๆ กัน (แอบรู้สึกว่าของ Flickr สวยกว่าซะอีก) แถมไม่ต้องโดนค่าลิขสิทธิ์มหาโหดด้วย
สรุป ถ้าเราจะซื้อรูปภาพซักรูปนึงเพื่อนำมาใช้ในงานของเรา (รวมถึงอย่างอื่นด้วย) เงินที่เราจ่ายให้ไปนั้นจะไปอยู่ที่คนที่ถือครองลิขสิทธิ์ ไม่ได้หมายถึงตัวต้น (source?) ของลิขสิทธิ์นั้น
ปมที่ผมคิดอยู่ก็คือ ถ้าอยู่ดีๆ มีคนมาถ่ายภาพเรา เรา (ในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์ในหน้าตา) ก็สามารถเก็บเงินค่าลิขสิทธิ์จากคนๆ นั้นได้ แน่นอนว่าสามารถบังคับให้เค้าลบรูปของเราออกได้เช่นกัน ถ้าหากเค้าไม่ยอมจ่าย
ไม่ยักกะเคยเห็นใครทำ...สิทธิ์ของเราแท้ๆ
ปล. วันนี้ได้รู้จักเว็บ craigslist.com เว็บไซต์ประกาศขายทุกอย่าง ขายตัวก็มี...ขายตัวให้กับรักแท้...
03 April 2011
5 Days with my Mozart


ข้อดี
- เร็วส์ เร็วมาก น่าจะพอๆ กับ iPhone 4 รวมถึงการตอบสนองต่อนิ้วที่ดีมากๆ เช่นกัน
- ฝัง Facebook เข้ามาในระบบเลย รู้สึกติด Facebook ขึ้นมา 300%
- ขนาดเครื่องพอดีมือ จับได้กระชับ นิ้วโป้งพอจะเอื้อมถึงขอบจอด้านบนได้
- จอ SLCD
- เสียง ถือว่าใช้ได้ แต่ลำโพงอยู่ข้างหลัง เวลาดูวิดีโอแล้วจะไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ ต้องเสียบหูฟังแทน
- Live Tiles ใช้งานง่ายมาก ง่ายขนาดที่ว่าไม่ต้องสอนแม่ให้เล่นเลย (ตอนเอา iPod ให้ลองยังต้องบอกนิดๆ หน่อยๆ)
- Panorama View มันคือจุดสูงสุดของ App UI! สุดยอดมาก
- Toast Notification น่ารำคาญน้อยกว่าของ iOS และให้รายละเอียดมากกว่าของ Android
- Office Mobile ใช้งานได้ดีเหมือนสมัย WM6.5
- คีย์บอร์ด (ยกเว้นภาษาไทย) ตอบสนองได้ไวดี ไม่มีหน่วง และระบบเดาคำดีมาก ไม่น่ารำคาญเหมือน iOS
ข้อด้อย
- คีย์บอร์ดภาษาไทย เป็นตัวที่ hTC ลงมาให้ การจัดเรียงตัวอักษรพยายามจะให้คล้ายแบบมาตรฐาน (Kedmanee) แต่ยังแย่กว่ามาก เพราะมีคีย์ 3 ระดับ (normal, shift, upper shift) พิมพ์ค่อนข้างลำบาก
- (อัพเดท) สนับสนุนการอ่านภาษาไทยก็จริง แต่ยังตัดคำไทยไม่ได้
- ซื้อ App + Game ไม่ได้ เพราะยังไม่สนับสนุนบัตรเครดิตในประเทศไทย
(อัพเดท: ซื้อ app ได้แล้ว โดยใช้ที่อยู่ปลอม ตอนนี้ผมอยู่ New York ฮ่าฮ่า)
- (อัพเดท) เกมค่อนข้างแพงกว่า Mobile platform อื่น ยิ่งมีแปะหัวว่า Xbox Live นะ ราคาคูณ 2
- Universal Search ตอนนี้ยังเป็นแค่ Bing ในหน้าหลัก + IE ถ้าอยู่ใน People Hub ก็จะค้นหาในนั้น ถ้าเข้า store ก็จะค้นหาใน store เรียกได้ว่าแยกกันของ App ใคร App มัน สับสนเล็กน้อยในตอนแรก
- App หลายตัวยังไม่มีตัวเลือกให้ลบ Cache เปลืองที่พอสมควร
- หน้าเมนู App ยังจัดลำดับเองไม่ได้ บังคับเรียงตามตัวอักษรเท่านั้น
- Multitasking/ Fast App-switching จริงๆ แล้วก็ไม่ได้รู้สึกสำคัญอะไร แต่มีก็สะดวกกว่าไม่มีแหละ
- (อัพเดท) Bing ค้าหาเป็นภาษาไทย กากมาก ถึง มากที่สุด
27 March 2011
Windows 8 for tablet?
09 January 2011
03 November 2010
คิด
เวลาผมออกจากบ้านไปปากซอย บางครั้งก็จะนั่งรถสองแถวไปครับ ค่าโดยสารราคา 6 บาท อ่าว แล้วมันเกี่ยวกับหัวข้อของเรื่องนี่ยังไงเนี่ย?
6 บาท เป็นราคาที่จ่ายยากจริงๆ ครับ เพราะโอกาสที่จะได้รับเงินทอนนั้นมีสูงมาก! ซึ่งมันมักจะเป็นเหรียญบาทซะด้วยสิ โดยส่วนตัวแล้วก็ไม่ชอบพกเหรียญ ยิ่งจ่ายยากทำให้ผมต้องคิดมากครับ
ก่อนออกจากบ้านก็จะต้องดูเหรียญในกระเป๋าก่อนเสมอครับ ว่าพอดีรึเปล่า ถ้าไม่พอก็ต้องไปควักจากในกระปุกมา
แล้วโดยปกติคนที่ไม่ชอบพกเหรียญอย่างผม ก็มักจะชอบจ่ายที่ให้ได้เงินทอนมาเป็นธนบัตร หรืออย่างน้อยที่สุด ก็ให้เป็นเหรียญ 10 หรือ 5 บาท ดังนั้นผมเลยชอบจ่ายเป็นเศษครับ เช่น ให้ไป 20 + 1 บาท เพื่อให้ได้เงินทอน 10 + 5 บาท อย่างนี้ เวลาเอาเหรียญไปใช้ต่อจะได้ง่ายขึ้น
นั่นคือ ถ้าเป็นกลางวัน เค้าก็สามารถที่จะแยกแยะเหรียญ หรือธนบัตรได้เร็วกว่า เพราะแสงสว่างมากกว่า และแน่นอน ทำให้กระบอนการจ่ายเงินทั้งหมดเร็วขึ้นด้วย โดยเฮพาะตอนเช้า ความเร็วเป็นสิ่งสำคัญมาก สำหรับคนทำงานอย่างผม การที่จะต้องรอเค้าทอนเหรียญบาทหลายๆ เหรียญนั้นไม่ใช่สิ่งที่ดีแน่ ผมจึงมักจะจ่าย ให้เค้าทอนมาเป็นจำนวนเต็ม 5 หรือ 10
แต่ในตอนกลางคืน คนมักจะรีบเร่งน้อยกว่า และมีโอกาสจ่ายค่ารถด้วยเหรียญมากกว่า เพราะเก็บเหรียญจากการจ่ายมาทั้งวัน ผมก็มักจะใช้โอกาสนั้น แตกธนบัตรเป็นเหรียญย่อยๆ เพื่อจะได้ใช้งานในวันรุ่งขึ้น